วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ประโยชน์ของผลไม้

ประโยชน์ของผลไม้
 
ส้ม:นักวิจัยเมืองจิงโจ้พบในรายการศึกษาของหลายชาติ เรื่องการบริโภคผลไม้จำพวกมะนาว และส้มให้คุณแก่สุขภาพสรุปได้ดังนี้..."กินส้มวันละใบ จะผลักไสโรคมะเร็งบางชนิดให้พ้นตัวได้" นักวิใจขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพของรัฐบาลออสเตรเลีย กล่าวแจ้งว่า การกินผลไม้จำพวกมะนาวและส้ม จะช่วยป้องกันมะเร็งที่ปาก กล่องเสียง และกระเพาะลงได้ตั้งครึ่ง และยิ่งกินเพิ่มนอกจากกินผักผลไม้วันละ 5 มื้ออยู่ประจำแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้ป้องกันอัมพาตได้อีกโรคหนึ่งได้ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ด้วย   นักวิจัยขององค์การคนหนึ่ง นางแคทรีน แบกเฮิสร์ทเปิดเผยว่า ผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้ม ช่วยป้องกันโรคของร่างกายได้เพราะคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษของมัน พร้อมทั้งบำรุงระบบภูมิ คุ้มโรคให้แข็งแรง ขัดขวางเนื้อร้ายไม่ให้ลุกลาม และรักษาเซลล์เนื้อร้ายให้กลับคืนดีได้อีกด้วย รายงานการศึกษาซึ่งทำจากผลงานการศึกษาของชาติต่างๆ จำนวน 48 เรื่อง ยังได้พบหลักฐาน อันน่าเชื่ออีกด้วยว่า ผลไม้เหล่านี้ยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วนและ เบาหวานอีกด้วย ในบรรดาผลไม้พวกนี้ทั้งหมด ผลส้มจะมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษ อัน เป็นสารพฤกษเคมีชนิดต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 170 อย่าง รวมทั้งสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีสรรพคุณ ป้องกันการอักเสบ เป็นเนื้อร้าย และเลือดจับตัวเป็นก้อนไม่ต่ำกว่า 60 อย่างด้วย

ชมพู่:ชมพู่เป็นไม้ผลเขตร้อนซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นพืชจัดอยู่ตระกูลเดียวกับฝรั่ง หว้า ยูคาลิปตัส เป็นพืชที่ชอบน้ำ จัดเป็นไม้ผลที่มีลำต้นขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมคล้ายกุหลาบ ผลมีรสชาติหวานกรอบ คนไทยจึงนิยมปลูกเป็นไม้มงคลประจำบ้านชมพู่เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ผลนอกจากจะใช้รับประทานสดแล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เช่น เยลลี่ แยม และแช่อิ่ม เป็นต้น
สตอเบอรี่ : สตอเบอรี่อุดมไปด้วยวิตามินซี  มีประโยชน์ต่อเหงือกและฟัน ทั้งยังหารับประทานได้ง่ายซึ่งประโยชน์ของสตอเบอรี่ก็มีมากมาย อาทิเช่น ถ้านำสตอเบอรี่มาพอกหน้าก็จะทำให้ผิวหน้าสดชื่นและชุ่มชื้น หรือถ้านำมา  รับประทานเป็นประจำก็จะทำให้สุขภาพผิวดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง 
เพราะในสตอเบอรี่มีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่ช่วย ลดความหยาบกร้านของผิว และช่วยชะลอความแก่ชราแค่คุณรับประทานทุกวัน ง่ายๆอย่างนี้ ก็สวยได้แล้วค่ะ  เหมือนอย่างที่ว่า กินอย่างปลอดภัย…สวยอย่างธรรมชาติ



แตงโม : ให้สุขภาพแข็งแรง - - แตงโมมีสารที่เรียกว่า lycopene ที่มีแอนตี้ออกซิเดนท์ และช่วยในการบำรุงหัวใจ รวมถึงมะเร็ง สารนี้มีอยู่มากในมะเขือเทศเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว แตงโมมีมากกว่าถึง 40 เปอร์เซ็นต์ วิตามินซี - - แตงโมเสี้ยวใหญ่ๆ จะเต็มไปด้วยวิตามินซีที่จำเป็นต่อร่างกายของเรา ป้องกันการติดเชื้อ - - การดื่มน้ำแตงโมช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายใช้ในการสร้างวิตามินเอ และการมีวิตามินเอมากๆ ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ แผลหายเร็ว - - แตงโมเป็นผลไม้ที่มี citrulline อยู่มาก สารตัวนี้จะช่วยในการรักษาแผนได้เร็ว อย่าดื่มแต่น้ำแตงโม ให้กินเนื้อมันเข้าไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นสีขาวอยู่ลึกลงไป แม้รสชาติจะไม่หวาน แต่มีประโยชน์ทีเดียวนะ คลายเครียด - - แตงโมเต็มไปด้วยโพแทสเซียม ที่จะช่วยควบคุมอัตราความดันโลหิต เรียกว่ากินแล้วจะอารมณ์ดี ยิ่งกินแบบเย็นๆ ยิ่งสบายใจ ลดความอ้วน - - ในแตงโมมีแคลอรี่แค่ 96 แคลอรี่เท่านั้น และการกินแตงโมที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ ทำให้เราอิ่มได้เร็ว และไม่ต้องกินอาหารอื่นอีก
เรียกว่าแตงโมนี่มีประโยชน์มากมายมหาศาลจริงๆ เนอะ

 กล้วย: ใช้ป้องกัน บำบัด โรคแผล ใน กระเพาะอาหาร การที่ ผงกล้วยดิบ สามารถ ป้องกัน การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ได้ เพราะในกล้วย จะมีสาร ไปกระตุ้น ให้เซลล์ใน เยื่อบุกระเพาะ หลั่งสารMUCIN ออกมา ช่วยเคลือบกระเพาะ - รักษา อาการ ท้องเสีย การที่กล้วยห่าม สามารถ แก้อาการ ท้องเสีย ได้ เพราะมี สารแทนนิ



แอปเปิ้ล : แอ๊ปเปิ้ล เป็นผลไม้ในเขตอบอุ่น ในบ้านเราปลูกได้ตามดอยสูงต่าง ๆ ทางภาคเหนือ ทันตแพทย์ยกย่องว่าแอ๊ปเปิ้ลเป็นแปรงสีฟันธรรมชาติเมื่อเราเคี้ยวเนื้อผลที่กรอบและมีเส้นใยจะช่วยขัดถูฟันและนวดเหงือกได้เป็นอย่างดีและยังกำจัดคราบแบคทีเรียในปากได้ดีอีกด้วย แพทย์แผนโบราณถือว่าแอ๊ปเปิ้ลมีรสหวานเย็น ทำให้ปวดชุ่มชื่น ช่วยย่อยอาหารลดกรดในกระเพาะและละลายเสมหะ เป็นต้น จากผลการวิจัยพบว่าแอ๊ปเปิ้ลมีสารช่วยทำลายคอเลสเตอรอล เป็นสารตัวเดียวกับที่มีอยู่ในไวน์แดงจากองุ่น



องุ่น มีสารสำคัญช่วยต่อตัานอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดในโลก จากผลการวิจัยของวงการแพทย์ ยอมรับว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นช่วยป้องกันมะเร็งในคนได้หลายชนิด



ประโยชน์

ผล: คนไทยส่วนใหญ่จะกินผลสดกันครับ การเลือกก็ไม่ยากมากมายอะไร จับลูกขึ้นมา บีบเปลือกพอควร (ไม่ต้องบีบจนยุบนะจ๊ะ) ดูว่ามันมีรอยช้ำหรือไม่ ถ้าไม่เช่นนั้น
คุณจะได้กินมังคุด"เนื้อแก้ว" หรือมันช้ำนั่นเอง จากนั้นอย่าลืมดูจำนวนยอดเกสรตัวเมียที่กระจุกอยู่ก้นลูก เลือกที่มีจำนวนมากไว้ครับ เหตุผลสำคัญไม่ใช่ว่าจะได้กินเนื้อหลายกลีบ
แต่การที่มีจำนวนกลีบเยอะนี้จะช่วยลดจำนวนเม็ดลงได้ครับ เราจะได้กัดไปอย่างสบายใจไม่มีความขมของเม็ดออกมา นอกจากนี้ในภาคใต้เอง เขาก็จะเอามังคุดระยะสายเลือด
(ห่ามๆ เนี่ยแหละครับ) ปอกเปลือกแล้วเสียบไม้กินกัน อร่อยไปอีกแบบ

    ในมาเลเซียเขาจะเอาส่วนเนื้อที่ไม่มีเมล็ดมาทำแยม ส่วนในฟิลิปปินส์จะเอามาเชื่อม เขาบอกว่าถ้ามีเม็ดอยู่ด้วยจะยิ่งอร่อยในบางพื้นที่ จะเอาเม็ดมาคั่วหรือต้มกินกันเหมือนเม็ดมะขาม เม็ดขนุนในบ้านเราครับ บางที่ยังเอามาบรรจุกระป๋องขายอีกต่างหาก และในหลายๆ ที่ก็นิยมนำมาทำน้ำมังคุดบรรจุขวดขายกันเป็นล่ำเป็นสันเลยครับ
 


เปลือกผล: ปัจจุบันมีเครื่องสำอางค์มากมายที่นำเอาสารสกัดจากเปลือกมังคุดมาใช้เช่น สบู่เปลือกมังคุดที่ช่วยปรับกลิ่นเต่า รักษาโรคผิวหนัง สิวฝ้า นอกจากนี้เปลือกมังคุดยังมีประโยชน์ในการแก้ท้องเสีย แก้หนอง รักษาแผล (เช่นแผลผุพอง แผลเน่าเปื่อย) และลดการอักเสบอีกด้วย

    ในเปลือกมังคุดยังมีสารแทนนิน (tannin) ที่มีฤทธิ์สมานแผลทำให้แผลหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ในเปลือกสุกยังมีอนุพันธ์ของสารพอลิไฮดร็อกซี-แซนโทน
(polyhydroxy-xanthone) ที่ชื่อ แมงโกสติน (mangostin) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลากเกลื้อน นอกจากนี้อนุพันธ์ของแซนโทนชื่อ แมงโกสติน-อี (mangostin-e), 6-ได-ออร์โธ-กลูโคไซด์ (6-di-O-glucoside) มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางและช่วยเพิ่มความดันเลือดอีกด้วย